Roparat's profile:: PaP ::PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
:: PaP ::Neither is there anyone who loves grief itself since it is grief and thus wants to obtain it June 30 Japan Trip [0.5 week countdown] ตอนนี้ทุกอย่างครบหมดแล้วครับ วีซ่า... ไปรับมาวันนี้ ก็ผ่านฉลุย ไม่มีใครติดค้างที่กรุงเทพ วันอาทิตย์ โดนเพื่อนกล่อมว่าอยู่โตเกียวหลายวันไม่มีไรเที่ยว ไปโตเกียวกับโอซาก้าดีกว่า ก็หลงเชื่อตาม พอมาวันนี้ ไม่ค่อยสบายเลยขอลามาหาหมอก่อน ฝนดันตกอีก ก็มารอฝนหยุดแถวๆสถานีสีลม อืม... เวลาน่าจะทันไปซื้อ JR Pass ก็เลยสอยมาเลย (หมายความว่าต้องบังคับตัวเองไปเที่ยวนอกเมืองให้ได้หละ เหอๆ หรือไม่งั้นก็นั่งรถไฟไปกลับเล่นๆให้คุ้มค่าตั๋ว) ตอนนี้เหลือจัดกระเป๋า หาตัวแปลงไฟ หากล้องถ่ายรูป และแลกเงิน... ปล. ทริปทั้งหมด ไม่ได้คำนึงเลยว่าฝนจะตก ถ้าตกทีนึงนี่คงล่มไปหลายที่ เหอๆ ปล.2. ตอนนี้เจ็บคอ เลยไปหาหมอ กันไว้ดีกว่าไปติดด่านที่นู่นหละ June 28 Japan Trip [1 week countdown] เนื่องจากวันอาทิตย์ที่แล้วได้ทำการซื้อตั๋วไป (แบบรูดบัตร ไม่ได้จอง) ขณะที่เลือกๆดูราคานั่น ปรากฏว่ามันได้ลดราคาจาก 12000 เหลือเพียงแค่ 11000 พอคลิ๊กๆเข้าไปก็พบว่าเราสามารถอัพเกรดประเภทของตั๋วให้เป็นแบบ cancel ได้และเลื่อนวันได้แค่เพิ่มอีกพันบาท... นั่งคิดอยู่ห้านาที กรูยอมซื้อความเสี่ยงในราคาพันบาทก็ได้ เผื่อว่าต้องเลื่อน อย่างน้อยก็จะได้ไม่ต้องเสียราคาเต็ม พี่ในที่ทำงานผมเลือกซื้อราคา 11000 ไป... วีซ่า เตรียมหลักฐาน รอนู่นรอนี่กว่าจะได้ไปทำก็วันพฤหัส สถานทูตอยู่แถวสวนลุมไนท์นี่เอง ไม่ไกลจากที่ทำงานมาก ไปตั้งแต่เช้า (คืนก่อนก็สังสรรค์ เมาแหลก แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน -_-") คาดว่านี่เป็นสถานทูตที่มีความ efficiency ที่สูงที่สุดในโลก กดรับบัตรไป นั่งรอแค่สิบนาทีก็เรียกไปเก็บเอกสารแล้ว พนักงงานเป็นคนญี่ปุ่น ก็รับเอกสารไปแล้วตรวจด้วยความเร็วแสง (!) สามารถหาจุดผิดได้ว่าลืมเขียนช่องอะไรไป จากนั้นก็รออีกสิบนาที ก็เรียกไปเอาใบนัดรับวีซ่า แต่... พี่ที่ไปด้วยเค้าต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม จากที่กะไว้ว่าจะได้วันจันทร์ ตอนนี้ก็ไม่รู้เมื่อไหร่ ภาวนาว่าให้ได้ภายในสัปดาห์นี้เถอะ ... เงินพันบาทประกันความเสี่ยงที่เสียเพิ่มไปให้ความอุ่นใจมานิดนึง June 20 Japan Trip [2 weeks countdown] เมื่อวานก่อนเลิกงาน ก็ดูวันลาว่าตกลงว่าเดือนหน้าเราได้หยุดวันที่ 6 หรือป่าว ถ้าไม่หยุดจะได้ลาแล้วอยู่บ้านนั่งเล่นเกม จากนั้นไปคุยกะพี่ในทีมเล่นๆว่าไปเที่ยวไหนดี... ปรากฏว่ามีโปรโมชั่นตั๋วไปญี่ปุ่น 11000 บาท ก็คุยๆกันต่อ ปรากฏว่าก็ตกลงจะไป !!! สมาชิกตอนนี้มีผม (หัวหน้ากรุ๊ปทัวร์) พี่ในทีม และแฟนพี่เค้า คาดว่าไปนอนคอนโดของเพื่อนพี่และอยู่แต่ในโตเกียว (ประหยัดสุดๆ) สัปดาห์หน้าคงวุ่นวายเรื่องการขอวีซ่า เพราะว่าจะไปกันวันที่ 4 เดือนหน้าเลย ! (สองสัปดาห์นับจากวันนี้) เพื่อนๆที่อยู่ญี่ปุ่น หรือเคยอยู่ ช่วยแนะนำที่กินด้วยคร้าบ... PS. ถ้าได้ไป หนึ่งในที่ที่จะไปคือที่นี่ June 18 สมาธิสั้น ช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้สมาธิสั้นมากๆ ส่งผลให้ความจำปลาทองตาม ดังนั้นตอนนี้เขียนบล๊อคไปได้นิดหน่อยก็จะหลุดไปง่ายมาก อยากเขียนก็เขียนได้ไม่จบสักที บล็อคนี้เลยจบแบบสั้นๆ June 13 silence or ignorance cannot solve the problem... สมมุติถ้าวันหนึ่งคุณมีแฟน และก็ดูเหมือนรักกันดีอยู่ แต่ว่าวันหนึ่งแฟนคุณเดินเข้ามาบอกว่า... "เราไม่ชอบที่เธออ้าปากเวลาหัวเราะหละ" ... สิ่งแรกที่คิดๆกันคือ กรูทำผิดตรงไหน(ว่ะ) ก็นี่เป็นสิ่งที่ทำเป็นนิสัย จะให้แก้ความเป็นตัวของตัวเองก็กระไรอยู่ ชีวิตคู่ถ้าเริ่มมีความไม่พอใจในความเป็นตัวเองของอีกฝ่ายนึงเนี่ย ร้อยละเก้าสิบเดาได้เลยว่าต่อไปต้องมีปัญหาตามมาแน่ หรือว่าคู่ที่หลงไปกับความรักมากๆก็คงจะพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง แล้วสักพักหลังจากที่พยายามจนใจจะขาดก็จะเริ่มคิดได้ว่า เปลี่ยนแฟนง่ายกว่า สิ่งอะไรที่เราทำแล้วสบายใจ ไม่เดือดร้อนผู้อื่น จะไปห้ามตัวเองทำไม ถ้ายิ่งคิดมากจะเริ่มมีคำถามที่สองว่า ทำไมถึงเพิ่งมาบอกกันตอนนี้ แล้วทำไมถึงไม่ชอบ พูดถึงเรื่องแรกก่อนมีความเป็นไปได้ที่ไม่ชอบตั้งแต่แรกแล้วเก็บมาเรื่อยๆจนกระทั่งเต็มอกต้องระบายออกมา แต่สิ่งที่มันเต็มอกอยู่นั้นที่อาจเป็นเรื่องเล็กน้อย ปริมาณน้อย พอเก็บๆปริมาณมันก็มาก พอระบายออกมาเรื่องตอนนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยแล้ว ส่วนเรื่องไม่ชอบมันจะห้ามกันได้หรือ บางคนเกลียดผักกาด บางคนเกลียดเสาไฟฟ้า ต่างคนก็ต่างกันไป เรื่องปัญหาที่มันไม่ปัญหา(ทุกคนทุก ปัญหามันอยู่ตรงไหน) ทางออกอย่างเดียวคือหันหน้าเข้าคุยกัน ถ้าทำไม่ได้จริงๆก็ต้องหาทางประนีประนอมกัน และต้องยอมรับซึ่งกันและกัน คู่นั้นถึงจะอยู่รอดได้ (สิ่งที่เป็นตัวช่วยประสานกันในที่นี้คือความรัก)... อาจจะไม่เปิดปากตอนหัวเราะ กลายเป็นฉีกเหงือกแทน แต่พอลองเปลี่ยนสถานการณ์มาเป็นเพื่อน คนร่วมงาน หรือคนรู้จักดูสิ ตัวช่วยมันเริ่มหมดแรงลงเรื่อยๆ (1)ถ้าสองฝ่ายมีความตั้งใจจะแก้ปัญหา หันหน้าเข้าหากัน เรื่องก็น่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น (2)ถ้าฝ่ายหนึ่งมีความตั้งใจ แต่อีกฝ่ายไม่เปิดใจ มันก็ลำบาก สุดท้ายฝ่ายที่ตั้งใจก็อาจจะหมดแรงลงก่อน และทุกอย่างก็จะแก้ในอีกทาง (3)แต่ถ้าสองฝ่ายไม่หันหน้าเข้าหากัน เรื่องแก้ไปในอีกทางก็ไม่อาจจะมั่นใจว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ทั้งหมดเป็นเพราะต่างฝ่ายต่างก็ถูกเรื่องเดียวแท้ๆ ... และคนที่อยู่ในสถานการณ์เบอร์สองมันลำบากสุดๆ จริงๆ PS. ที่เขียนมันเป็นปัญหาส่วนตัวที่เกิดขึ้นในชีวิตผมครับ เป็นมานานแล้วด้วย June 08 Geek ToolGeek Tool คือโปรแกรมบน OSX เอาไว้โชว์พวกข้อความ รูป หรือ output จาก command line ต่างๆบน desktop ทำให้ desktop ธรรมดา เป็น smart desktop ได้ทันตา หลังจากลงโปรแกรมนี้ไว้นานแล้ว เพิ่งเห็นเว็บบอกพวก script คำสั่งต่างๆ ก็เลยลองเอามาเล่นดูบ้าง ผลปรากฏว่าก็ได้ดังรูป ![]() สวยมั้ยหละ (บนซ้ายคือโปรแกรมแชท) ที่เห็นรูปด้านขวาคือรูปอัลบัมเพลงที่เล่นอยู่ แต่สักพักนึง กำลังจะ duplicate setting เอามาทำอีกอัน เวลาใช้จอเดียว ปรากฏว่าไฟล์ setting มัน corrupt... T_T ตอนนี้ก็เริ่มต้นนับ 0 ใหม่ กว่าจะมีแรงทำอีกรอบคงนาน... May 26 date shift แอบมาเขียนหน่อย ไหนๆมันก็ร้างแล้ว... เมื่อวานที่ลาไป ไม่ได้ไปไหนหละ แค่ดูจากสถานการณ์แล้ว... ขออยู่อย่างสงบสักวันแล้วกัน จริงๆก็เป็นวันที่เงียบๆวันหนึ่งนะ หาอะไรทำไปไม่ต้องคิดอะไรมาก ตื่นมาก็จ่ายบัตรเครดิต (อันนี้อาจจะคิดมากหน่อย) แล้วก็เล่นเกม non stop ไปถึงค่ำๆเลย แล้วก็มาดูการ์ตูน (เพราะไม่รู้จะดู series เรื่องไหนแล้ว) ก่อนนอนก็โหลดเพลงมาฟัง (mandy moore ออกอัลบัมใหม่สักที) เมื่อวานก็ออกจะดูไร้สาระไปบ้าง แต่ถ้าไม่มีอะไรดีขึ้นเราก็ไม่อยากหาเรื่องให้มาจิตตกสักวัน ก็เท่านั้น ไร้สาระไปไม่ต้องคิดอะไร แล้วสรุปมาวันนี้ก็รู้สึกแย่ๆแทน ไม่รู้จะบรรยายยังไงหละ ... จริงๆมันก็เหมือนแค่เลื่อนวันรู้สึกแย่ๆมาวันนึงก็เท่านั้น แต่ theme ตอนนี้เราไม่อยาก expected อะไรอีก so, no expected, no hope and no will. ปีนี้ไม่ขออะไร หมดมุขแล้วครับ |
|
|||||||||||||||
|
|